อาหารเสริมใดบ้างมีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ

ทุกวันนี้อาหารเสริมได้รับความนิยมทั่วโลก 2 ใน 3 ของนักกีฬาอาชีพในสหรัฐฯ เลือกที่จะบริโภคอาหารเสริมเพื่อช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย โดยส่วนใหญ่ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ เวย์โปรตีน (Whey protein) ครีเอทีน (Creatine) คาเฟอีน (Caffeine) แร่ธาตุ (Minerals) และวิตามิน (Vitamins) ต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกายและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ผู้หญิงจำนวนหนึ่งยังกินเวย์โปรตีนเสริมเพื่อช่วยลดน้ำหนักและกระชับกล้ามเนื้ออีกด้วย

หลายบริษัทในท้องตลาดกล่าวอ้างสรรพคุณมากมายเกี่ยวกับอาหารเสริมของพวกเขา แต่ก่อนที่จะเชื่อคำอ้างเหล่านั้น ลองดูผลงานวิจัยที่ได้รับการพิสูจน์แล้วที่เรารวบรวมมาให้ว่าอาหารเสริมแต่ละชนิดมีคุณสมบัติอย่างไรกันบ้าง

 

  1. เวย์โปรตีน (Whey Protein)

มีการทดลองที่น่าเชื่อถือหลายแหล่งให้ผลเป็นที่แน่ชัดว่า เวย์โปรตีนช่วยให้พลังงานแก่กล้ามเนื้อขณะออกกำลังกาย และสร้างกล้ามเนื้อชุดใหม่ขณะที่เราพักผ่อน ปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายผลิตเวย์โปรตีนหลายประเภทให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค เช่น เวย์โปรตีนจากพืช เวย์โปรตีนจากเนื้อสัตว์ เวย์โปรตีนสำหรับผู้หญิง แม้ว่าผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนจะมีมากมาย คุณควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของเวย์โปรตีนที่รับประทาน และมองหาปริมาณกรดอะมิโนที่ควรต้องมีบนฉลากผลิตภัณฑ์ด้วย ทั้งนี้ ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและกิจกรรมในแต่ละวัน โดยไม่ควรรับประทานโปรตีนเกินกว่า 2 กรัม/น้ำหนักตัว

  1. ครีเอทีน (Creatine)

ครีเอทีน เป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่มีงานวิจัยรองรับอยู่มากมาย ใช้อย่างแพร่หลายในสหรัฐฯ และยุโรป ได้รับการยืนยันว่าเป็นอาหารเสริมที่ช่วยเสริมแรงให้กับกล้ามเนื้อในระยะสั้น โดยการสร้าง ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย ใช้ในการออกกำลังกายประเภทยกน้ำหนัก แต่จะไม่ถูกใช้งานในการออกกำลังกายประเภทวิ่งมาราธอน ผลการวิจัยจากหลายแหล่งแสดงให้เห็นว่า ครีเอทีนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง พละกำลัง และช่วยให้กล้ามเนื้อออกแรงได้สูงสุด โดยคุณสามารถกำหนดการรับประทานครีเอทีนให้เข้ากับตารางการออกกำลังกายของคุณได้

 

  1. คาเฟอีน (Caffeine)

สารคาเฟอีนพบได้ในเมล็ดกาแฟ เมล็ดโกโก้ กัวรานา นักกีฬาหลายคนเลือกกินคาเฟอีนก่อนการออกกำลังกายเพราะมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง กล้ามเนื้อ และอวัยวะอื่น ๆ ยับยั้งการทำงานของอะดิโนซีน (Adenosine Receptor) ซึ่งเมื่อระบบประสาทตัวนี้ถูกปิดกั้นการทำงานจะทำให้คุณรู้สึกตื่นตัวและช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางการกีฬา องค์การอาหารและยารับรองปริมาณการบริโภคคาเฟอีนที่เหมาะสมที่ 400 มิลลิกรัม/วัน

      4.แอล-คาร์นิทีน แอล-ทาเทรท (L-Carnitine L-Tartrate)

แอล-คาร์นิทีน แอล-ทาเทรท ทำหน้าที่ลำเลียงโมเลกุลไขมันไปยังเซลล์ไมโตคอนเดรียซึ่งทำหน้าที่ผลิตพลังงาน ATP (Adenosine Triphosphate) ทำให้แอล-คาร์นิทีน แอล-ทาเทรทมีส่วนช่วยเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี จึงเป็นที่นิยมโดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง เพื่อควบคุมและลดน้ำหนักปัจจุบันไม่มีการรับรองปริมาณที่เหมาะสมกับผู้บริโภค แต่จากผลการทดลองพบว่า ปริมาณการรับประทานแอล-คาร์นิทีน แอล-ทาเทรท ที่ปลอดภัยอยู่ที่ 2 – 4 กรัม/วัน

 

อาจารย์ สุภาดา ผลิตผลการพิมพ์
วท.บ. (วิทยาศาสตร์สุขาภิบาล)
ส.ม. (ชีวสถิติ)
Ph.D. (Applied Statistics)
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

Disclaimer: We provided this information for educational purposes. It does not constitute medical advice that you might need. Please seek the advice of your doctor or qualified healthcare provider with any questions or concerns about your health. Never disregard or delay seeking medical advice because of the content of this article or any health-related information in the Internet.

ข้อสงวน: ข้อมูลเหล่านี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นบทความสำหรับการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากคุณมีคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ โปรดปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณโดยตรง ไม่ควรหลีกเลี่ยงการพบแพทย์ เนื่องจากได้รับคำแนะนำจากทางอินเทอร์เนต

Share Article

ใส่ความเห็น