8 แหล่งอาหาร เพิ่มพลัง ต้านความเหนื่อยล้า

ได้เวลาสลัดความเหนื่อยล้าออกจากตัวคุณแล้ว! รู้หรือไม่ว่าสมองมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์ผลงานในแต่ละวัน ซึ่งหากร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการแล้ว ความสามารถในการกระทำการต่าง ๆ ก็จะลดลง เนื่องจากสมองและร่างกายของเราต้องการสารอาหารที่หลากหลาย ดังนั้น หากช่วงนี้คุณมีอาการง่วงนอนบ่อย ๆ ในตอนทำงาน หรือรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ไม่สดใส ถึงเวลาหยุดโทษร่างกายตัวเอง และหันมาใส่ใจเลือกกินอาหารเหล่านี้เพื่อช่วยกระตุ้นร่างกายและระบบสมองของเรากันดีกว่า

  1. อะโวคาโด

อาหารยอดฮิตติดเทรนคนรักสุขภาพ ด้วยรสชาติที่อร่อย กินง่าย และสามารถนำไปสรรค์สร้างได้หลากหลายเมนู แต่คุณประโยชน์ไม่หยุดเพียงแค่นั้น อะโวคาโดยังเป็นแหล่งของไขมันที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงกรดไขมันโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 ซึ่งช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง และช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารอื่น ๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเคได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ อะโวคาโดยังให้โปรตีนมากกว่าผลไม้ส่วนใหญ่ และเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต ซึ่งทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ต่างก็เป็นสารอาหารที่ยัจำเป็นต่อสมอง อะโวคาโดจึงเป็นหนึ่งตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม

  1. ผักสด

ผักสดใหม่ที่ได้จากธรรมชาติจะยังคงคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน แตกต่างจากอาหารแปรรูปที่สารอาหารบางตัวอาจหายไป เนื่องจากผ่านกระบวนการเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อร่างกายหลากหลายอย่าง ดังนั้น การรับประทานผักที่สดใหม่ ร่างกายจะได้รับสารอาหารที่หลากหลายและครบถ้วนมากกว่า โดยควรเลือกรับประทานผักสดตามฤดูกาล และที่สำคัญกินผักให้ครบ 5 สี เนื่องจากผักแต่ละสีเป็นแหล่งของวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระที่แตกต่างกัน การรับประทานผักที่มีสีหลากหลาย จึงทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เช่น ผักคะน้า ดอกกะหล่ำ แครอท กะหล่ำปลีม่วง มะเขือเทศ

  1. ผลไม้สด

เคยได้ยินคำพูดที่ว่า “การรับประทานผลไม้ในตอนเช้าสามารถช่วยให้รู้สึกสดชื่นและตื่นตัวมากกว่าการดื่มกาแฟสักถ้วย” ไม่ว่าคำพูดนี้จะเป็นจริงหรือไม่ ก็ไม่อาจสามารถปฏิเสธได้ว่า ผลไม้ที่กินเข้าไปนั้นให้พลังงานได้อย่างน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะแอปเปิ้ล กล้วยหอม และสตรอเบอรรี่ ซึ่งเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานแก่ร่างกายและสมอง เนื่องจากอุดมไปด้วยฟรุคโตสซึ่งเป็นน้ำตาลที่พบในผลไม้และเป็นแหล่งพลังงานที่ร่างกายต้องการ และแม้ว่าการรับประทานผลไม้ในตอนเช้าอาจไม่ได้ช่วยกระตุ้นให้คุณตื่นได้ฤทธิ์ของคาเฟอีนจากการดื่มกาแฟ แต่ก็เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญต่อสมองและร่างกายอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังลดความหิวกระหายและยังดีต่อสุขภาพมากกว่าการดื่มกาแฟอย่างแน่นอน

  1. อาหารไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป

          อาหารผ่านกระบวนการและอาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น ไส้กรอก หมูยอ บะหมีกึ่งสำเร็จรูป และอื่นๆ เป็นอาหารที่ประกอบด้วยโซเดียม ไขมันไม่ดี สารกันบูด และสารปรุงแต่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกาย การไหลเวียนของเลือด จึงส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า และเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยต่าง ๆ ดังนั้น การเลือกกินอาหารที่สดใหม่ ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป หรือผ่านกระบวนการแปรรูปให้น้อยที่สุด เช่น น้ำมันสกัดเย็นต่าง ๆ ซึ่งคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ จึงเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว อีกทั้งยังให้พลังงานและสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย

  1. โปรตีนคุณภาพสูง

โปรตีนเป็นสารอาหารที่พบได้ในแหล่งอาหารที่มีหลากหลาย แต่ควรเลือกรับประทานโปรตีนคุณภาพสูง ทั้งจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา หรือไข่ไก่ โดยเฉพาะโปรตีนจากปลา ซึ่งเป็นแหล่งไขมันดีอย่างโอเมก้า-3 เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลม่อน นอกจากนี้ แหล่งโปรตีนจากเวย์โปรตีนหรืออาหารเสริมจากโปรตีนต่าง ๆ ยังเป็นทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความรวดเร็วและเห็นผลที่ชัดเจน เนื่องจากเวย์โปรตีนอยู่ในรูปแบบของผง จึงทานง่ายเพียงผสมกับเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ อีกทั้งมีโมเลกุลขนาดเล็ก ร่างกายจึงสามารถดูดซึมและนำไปใช้งานได้รวดเร็ว

  1. ธัญพืชและข้าวแป้งไม่ขัดสี

ธัญพืชและข้าวแป้งที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ และธัญพืชต่างๆ ทั้งลูกเดือย ถั่วชนิดต่าง ๆ ข้าวโอ๊ต ข้าวแป้งเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตคุณภาพดีเชิงซ้อน อีกทั้งมีใยอาหาร วิตามินบี 1 และ 2 สูง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อระบบประสาทและสมอง จึงช่วยลดการอ่อนเพลียและบรรเทาความเหนื่อยล้า

  1. วิตามินและอาหารเสริม

โดยปกติร่างกายจะได้รับวิตามินและสารอาหารต่าง ๆ จากอาหารที่บริโภค หากเราบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละวันก็จะได้รับสารอาหารต่าง ๆ อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ดี ด้วยภารกิจประจำวันและเวลาที่รัดตัว ทำให้การรับประทานอาหารที่ดี มีคุณภาพ ต้องเจอกับอุปสรรค ร่างกายมักไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต การใช้ตัวช่วยอย่างการรับประทานอาหารเสริมต่าง ๆ จึงกลายเป็นที่นิยมของคนทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ  เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายของเราจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอและพร้อมรับมือกับทุกภาระที่ถ่าโถมเข้ามาได้ โดยเฉพาะสารอาหารบางอย่างที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้อย่างโอเมก้า-3 ที่ร่างกายจะได้รับจากการบริโภคเท่านั้น การกินอาหารเสริมอย่างน้ำมันสกัดเย็น เช่น ถั่วดาวอินคา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ซุปเปอร์ฟู๊ดตัวใหม่” ของยุคนี้ เนื่องจากอุดมด้วยโอเมก้า-3 ที่มากกว่าปลาแซลม่อน และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงมีส่วนช่วยอย่างมากต่อการเสริมสร้างร่างกายและระบบสมอง

  1. น้ำเปล่า

สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้เด็ดขาด คือ น้ำเปล่าบริสุทธิ์ เคยได้ยินหรือไม่ว่า “คนเราขาดอาหาร 7 วันก็ไม่ตาย แต่หากขาดน้ำเพียง 3 วันจะอยู่ไม่ได้” เพราะว่าน้ำเป็นแหล่งออกซิเจนสำคัญที่นำไปเลี้ยงสมอง อีกทั้งกว่า 70% ของร่างกายประกอบด้วยน้ำ ดังนั้น หากเราสูญเสียน้ำไปกับกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน และยังไม่ได้รับน้ำเข้าไปทดแทน ย่อมทำให้ร่างกายไม่ได้รับออกซิเจนที่เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงสมองและร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติและเสียสมดุล โดยแต่ละวันควรดื่มน้ำเปล่าประมาณ 2 ลิตร หรือคำนวณโดยการเอาน้ำหนักตัวคูณด้วย 33 เช่น น้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ควรดื่มน้ำวันละ 1.65 ลิตรเพื่อให้เลือดไหลเวียนดี หัวใจทำงานได้ปกติ และระบบถ่ายของเสียทำงานได้ดียิ่งขึ้น

Share Article

ใส่ความเห็น