5 เคล็ดลับง่ายๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

By Ceel Team

คุณเคยรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานไหม บางทีคิดงานไม่ออกไม่มีไอเดีย หรือบางครั้งก็เกือบจะส่งงานไม่ทันตามที่กำหนด ในแต่ละวันคุณมีกิจกรรมมากมายที่ต้องทำให้สำเร็จ ตั้งแต่ตื่นนอน ทานอาหารเช้า ทำงาน ออกกำลังกายในตอนเย็น และเข้านอนตอนหัวค่ำ เมื่อคุณลองนึกย้อนดูดีๆแล้ว คุณแทบจะไม่มีเวลาให้ตัวเองได้พักเลย นี้คือสาเหตุสำคัญของปัญหาที่กล่าวในข้างต้น เนื่องจากสมองถูกใช้งานหนักจนเกินไป ทำให้ขาดไอเดียและจินตนาการ ในบทความนี้เราได้นำ 5 เคล็ดลับง่ายๆช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ที่จะช่วยให้คุณทำงานได้ดียิ่งขึ้น

1.ฟิตง่ายๆที่ทำงานได้ผลทันตาเห็น

เหตุผลในการออกกำลังกายของคนเรานั้นแตกต่างกัน แต่เหตุผลหลักๆคงหนีไม่พ้นเรื่องของสุขภาพที่ไม่ว่าใครๆก็ต้องให้ความสำคัญ เช่น ออกกำลังกายเพื่อให้มีร่างกายที่แข็งแรง มีสุขภาพที่ดี ออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายความเครียด หรือออกกำลังกายเพื่อการเข้าสังคม ในขณะที่คุณกำลังคิดว่าเย็นนี้จะออกกำลังกายที่ไหน จะทำอะไรดี พอมานึกดูอีกทีแล้ว กว่าคุณจะได้ออกกำลังกายก็ต้องรอจนถึงเวลาเลิกงาน ซึ่งบางทีมันก็นานเกินไป คุณรู้หรือไม่ว่าแม้อยู่ในที่ทำงานคุณก็สามารถ ออกกำลังกายเบาๆ เช่นการเดินขึ้น-ลงบันได เดินไปกินข้าว ลุกนั่ง หรือ กระโดดตบเบาๆ ให้เลือดได้สูบฉีดไปทั่วร่างกาย การออกกำลังกายเบาๆ จะช่วยลดฮอร์โมนความเครียดได้เป็นอย่างดี รู้อย่างนี้แล้วอย่านั่งจ้องหน้าคอมนานๆ ลุกขึ้นเดินไปมาก็จะช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้น ช่วยให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นนะ

2.กินอาหารว่างเพื่อช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

หลายๆคนคงคิดว่า ถ้ากินจุกจิกอยู่ตลอด อย่างงี้ก็อ้วนสิ แต่ช้าก่อน การทานอาหารว่างตามคำแนะนำของเรานั้นแตกต่างออกไป เมื่อคุณกินอาหารเข้าไป ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้คุณมีพลังงานและมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น เช่น การทานช็อคโกแล็ตก็จะช่วยให้คุณจดจ่อและมีสมาธิอยู่กับการทำงานมากขึ้น และนอกจากนี้เรายังมีวิธีการกินอาหารอีกแบบหนึ่งที่ช่วยให้คุณทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การกินอาหารมื้อใหญ่ในคราวเดียวอาจทำให้คุณรู้สึกง่วงนอน เนื่องจากอาหารประเภทแป้งจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกง่วงนอน ขาดสมาธิในการทำงาน วิธีแก้ไขคือให้คุณแบ่งมื้อเที่ยงออกเป็นสองมื้อ โดยมื้อแรกอาจกินช่วงพักเบรกในช่วงสาย และมื้อที่สองให้กินในช่วงเวลาพักเที่ยง การทำเช่นนี้นอกจากจะไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปแล้ว ยังช่วยให้คุณมีพลังงานในการทำงานตลอดวันอีกด้วย

3.จงมีสติเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ยอดเยี่ยม

ในช่วงเช้าวันหนึ่งคุณกำลังเช็คอีเมลที่ถูกส่งเข้ามา มีอีเมลจากลูกค้าคนหนึ่งส่งเข้ามา ทันใดนั้นคุณก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีประชุมนี่นา คุณจึงยกแขนขึ้นมาเพื่อดูนาฬิกา เหลือเวลาอีก 10 นาทีเท่านั้นก่อนจะเริ่มการประชุม แต่คุณกลับให้ความสำคัญกับอีเมลจากลูกค้าที่ส่งเข้ามา ในขณะที่คุณคิดข้อความที่จะตอบลูกค้า คุณยกนาฬิกาขึ้นมาดูอีกครั้งปรากฏว่า เหลือเวลาอีก 2 นาทีเท่านั้นก่อนจะเริ่มการประชุม คุณจึงไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการประชุมเลย อีกทั้งยังไม่ได้ตอบอีเมลลูกค้าอีกด้วย ซึ่งการไม่ได้เตรียมตัวก่อนการประชุมทำให้คุณรู้สึกเครียด วิธีการรับมือกับเหตุการณ์นี้ได้ดีที่สุด คือการให้ความสำคัญกับการประชุมที่กำลังจะเริ่มขึ้นก่อน และค่อยตอบอีเมลของลูกค้าเมื่อเสร็จสิ้นจากการประชุม การลำดับความสำคัญของงานอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

4.ผ่อนคลายบ้าง

คุณเคยไหม ขณะที่คุณกำลังนั่งทำงานอยู่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ล็อคข้างๆลอดเข้ามาในหูของคุณ หรือแม้แต่เสียงรถที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ซึ่งในขณะที่คุณกำลังขะมักเขม้นกับงานอยู่ เสียงเหล่านี้ทำให้ใจคุณล่องลอยห่างไกลออกจากงานที่กำลังทำซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ รู้ไหมว่าในบางคราวคุณอาจปล่อยให้ใจล่องลอยไปกับเสียงเหล่านั้นบ้าง เพื่อเป็นการผ่อนคลาย และเมื่อคุณกลับมาให้ความสำคัญกับงานอีกครั้ง ก็จะทำให้คุณมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น เนื่องจากได้ปลดปล่อยความเครียดกับสิ่งแวดล้อมต่างๆแล้ว

5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี

อารมณ์เป็นสิ่งหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของมนุษย์ มีงานวิจัยหลายฉบับได้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สภาพแวดล้อมส่งผลต่อการทำงานของคุณ หากคุณต้องการพื้นที่ ๆ ช่วยให้คุณมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการทำงาน คุณจะต้องอยู่ในพื้นที่ ๆ มีแสงสว่างเพียงพอ แสงไฟควรจะเป็นสีโทนเย็น เนื่องจากจะช่วยให้คุณรู้สึกตื่นตัว มีความกระฉับกระเฉง นอกจากนี้เรื่องความสะอาดก็เป็นสิ่งสำคัญ คุณควรจะทำความสะอาดโต๊ะทำงานของคุณให้ดูดีที่สุด และควรทำทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะว่าโต๊ะทำงานที่สะอาดเปรียบเสมือนกับการรีเซ็ทสมองของคุณ ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ทำให้มีสมาธิในการทำงาน คิดอะไรใหม่ๆได้

ข้อสงวน: ข้อมูลเหล่านี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นบทความสำหรับการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากคุณมีคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ โปรดปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณโดยตรง ไม่ควรหลีกเลี่ยงการพบแพทย์ เนื่องจากได้รับคำแนะนำจากทางอินเทอร์เนต

Share Article

ใส่ความเห็น