วิธีทานโปรตีนเพื่อช่วยลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน

By Ceel Team

เป็นที่ทราบกันดีว่าโปรตีนมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารชนิดใดที่มีโปรตีนสูง ควรกินตอนไหน และกินมากแค่ไหน? หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากรู้หลักการกินโปรตีนเพื่อการลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ เรามีกฎพื้นฐาน 4 ข้อง่าย ๆ ที่จะบอกคุณ!

1.โปรตีน 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

อย่าเพิ่งตกใจไป! อ่านแล้วอาจดูยาก แต่จริงแล้วง่ายกว่าที่คิดเยอะ เริ่มจากการคำนวณปริมาณโปรตีนที่ควรกินแต่ละวัน ตามสูตรโปรตีน 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ยกตัวอย่างเช่น คุณ A น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ดังนั้น ปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับ คือ 0.8 x 50 = 40 กรัมต่อวัน และเพื่อให้มีไอเดียว่าอาหารแต่ละอย่างมีปริมาณโปรตีนแค่ไหน ลองดูตัวอย่างจากตารางด้านล่างนี้

อย่างไรก็ดี ความต้องการโปรตีนของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ส่วนสูง และลักษณะกิจกรรมในแต่ละวัน เช่น คนที่ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ จะต้องการโปรตีนมากเป็นพิเศษ ประมาณ 1 – 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่หากคุณไม่อยากต้องมานั่งคำนวณปริมาณโปรตีนทุกทุกครั้ง เรามีทางเลือกที่ง่ายกว่านั้น เพื่อให้คุณได้รับโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวัน (1) ดังนี้
1. มื้อเช้า กินโยเกิร์ตหรือไข่
2. มื้อกลางวัน กินปลาหรือเนื้อวัว
3. มื้อเย็น กินเนื้อไก่
นอกจากนี้เรายังมีวิธีเช็คว่าคุณได้รับโปรตีนในแต่ละวันเพียงพอหรือไม่ ลองมาทำ FREE BODY CHECK กันเลย

2.ยิ่งมีขาน้อย ยิ่งดี

เลือกกินโปรตีนจากสัตว์ที่ไม่มีขาหรือขาน้อย เช่น ปลา หรือไก่ เป็นทางเลือกที่ดี เพราะเป็นสัตว์เนื้อขาว ซึ่งดีกว่าการบริโภคเนื้อแดง โดยหลายการศึกษาพบว่า การบริโภคเนื้อแดงในปริมาณสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเนื้อแดงแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม และโบโลน่า เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด (2) การเลือกรับประทานเนื้อขาวในสัดส่วนที่มากกว่าเนื้อแดง นอกจากจะมีโปรตีนสูงแล้ว จึงยังดีต่อสุขภาพมากยิ่งกว่าอีกด้วย

3.กินทั้งวัน กินทุกวัน

กินโปรตีนควบคู่กับอาหารหมู่อื่น ๆ ให้ครบ 5 หมู่ ในอาหารทุกมื้อ ทั้งอาหารเช้า กลางวัน และเย็น โดยเน้นปริมาณโปรตีนให้มากกว่าอาหารจำพวกแป้งและไขมัน เพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมไขมันส่วนเกิน เป็นพลังงานให้ร่างกายได้นำไปใช้ตลอดทั้งวัน ช่วยให้อิ่มนาน และกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญ ยิ่งกินโปรตีนบ่อยมื้อ ยิ่งเป็นไปได้น้อยที่คุณจะหิวระหว่างวัน

4.เพิ่มตัวช่วยด้วย “เวย์โปรตีน” (Whey Protein)

หากคุณมีเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดผลลัพธ์ เช่น เพิ่มกล้ามเนื้อ หรือลดน้ำหนัก แนะนำให้รับประทานตัวช่วยอย่าง เวย์โปรตีน โดยผสมเวย์โปรตีนกับเครื่องดื่มที่คุณชอบ ดื่มก่อนหรือหลังการออกกำลังกาย 10-30 นาที เพื่อใช้เป็นพลังงานในการออกกำลังกาย และฟื้นฟูเซลล์กล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอหลังการออกกำลังกาย ที่สำคัญ คุณควรเลือกเวย์โปรตีนที่สกัดบริสุทธิ์ ไม่ใส่สารเคมีปรุงแต่งเกินจำเป็น อย่าง ซีล เฮอร์ เวย์โปรตีน (Ceel HER Whey Protein) ซึ่งมีกรดอะมิโนที่จำเป็น รวมถึง BCAA และในหนึ่งหน่วยบริโภคมีโปรตีนถึง 19 กรัม และให้พลังงานเพียง 120 กิโลแคลอรี แถมยังมีปริมาณใยอาหารสูง แต่คาร์โบไฮเดรตและไขมันต่ำ อีกทั้งช่วยให้อิ่มท้องนานด้วยสารอินูลินสกัดจากต้นชิโคลี

คำแนะนำ Ceel

วันออกกำลังกาย:
– การออกกำลังกายแบบแรงต้าน แนะนำให้รับประทาน 60 กรัม (6 ช้องตวง) ทันทีหลังออกกำลังกาย และอีก 30 กรัม เป็นอาหารว่างระหว่างวัน
– การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ/การวิ่งติดต่อกันยาวนาน แนะนำให้รับประทาน 30 กรัม (3 ช้อนตวง) ทันทีหลังการออกกำลังกาย
วันธรรมดา:
– แนะนำให้รับประทาน 15 – 30 กรัม (1 ½ – 3 ช้อนตวง)
วิธีการชง:
– ใส่ผงซีล เวย์โปรตีน 3 ช้อนตวงลงในแก้วหรือเชกเกอร์ตามด้วยเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ (น้ำ นม นมอัลมอนต์) แล้วเขย่าให้เข้ากัน
Our tip: ซีล เชกเกอร์เวย์ ขนาด 600 มล. มีช่องเก็บ 2 ชั้น สำหรับเวย์โปรตีนและอาหารเสริมต่าง ๆ จึงสะดวกต่อการพกพาไปทำงานหรือไปออกกำลังกาย และไม่มีสาร BPA จึงปลอดภัย


whey protein developed for women

ลดน้ำหนัก อย่าขาดโปรตีน

โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะในคนที่มีเป้าหมาย เช่น ลดน้ำหนัก หรือเพิ่มกล้ามเนื้อ โดยปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับในแต่วันสำหรับคนทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่สำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีนมากเป็นพิเศษจะต้องการประมาณ 1-1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งในแต่ละมื้อของทุก ๆ วันควรจะมีสารอาหารประเภทโปรตีนร่วมกับอาหารอื่น ๆให้ครบ 5 หมู่ ควรเน้นโปรตีนที่ได้จากสัตว์เนื้อขาวอย่างไก่และปลา และเพื่อให้การออกกำลังกายของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขอแนะนำให้เพิ่มตัวช่วยอย่างเวย์โปรตีนที่มีคุณภาพอย่าง “ซีล เฮอร์ เวย์โปรตีน” และนอกจากการกินโปรตีนอย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังมีอาหารเสริม แอล-คาร์นิทีน ที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้มากขึ้นเมื่อออกกำลังกาย

supplement timeline

ข้อมูลอ้างอิง

1.http://www.thaihealth.or.th/Content/37700-ว่าด้วยเรื่องของ…โปรตีน.html
2.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28913916

ข้อสงวน: ข้อมูลเหล่านี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นบทความสำหรับการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากคุณมีคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ โปรดปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณโดยตรง ไม่ควรหลีกเลี่ยงการพบแพทย์ เนื่องจากได้รับคำแนะนำจากทางอินเทอร์เนต

Share Article

ใส่ความเห็น