8 คุณประโยชน์ของถั่วดาวอินคาที่คนรักสุขภาพต้องรู้

sacha inchi transform to capsule

By Ceel Team

sacha inchi transform to capsule

ถั่วดาวอินคา ถั่วยอดฮิตที่หลายคนคงได้ยินชื่อกันจนคุ้นหู เป็นพืชที่มีรูปร่างของเมล็ดเป็นแฉกคล้ายรูปดาวและมีรสชาติเหมือนถั่วโดยทั่วไป ขึ้นได้ดีในเขตป่าดิบชื้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และลาตินอเมริกา [1] ซึ่งมนุษย์นำมาใช้ประโยชน์มายาวนานหลายร้อยปีแล้ว และในยุคปัจจุบัน ถั่วดาวอินคากลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งและถูกเรียกขานว่าเป็น “ซูปเปอร์ฟู๊ดตัวใหม่” ที่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีคุณค่าต่อร่างกาย โดยเฉพาะกรดไขมันจำเป็นชนิด โอเมกา-3 ที่มีปริมาณมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับบรรดาพืชชนิดอื่น ๆ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินชนิดต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ น้ำมันที่สกัดจากถั่วดาวอินคา จึงเป็นน้ำมันที่มีคุณค่าสูงสุดจนคู่ควรจะได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งน้ำมัน” ในวันนี้เราจึงรวบรวมความมหัศจรรย์ที่อัดแน่นอยู่ในถั่วดาวอินคา 8 ข้อมาเล่าให้คุณได้ฟังกัน

1.แหล่งโอเมกา-3 ที่ปลอดภัยจากสารเคมี


น้ำมันดาวอินคา

น้ำมันดาวอินคาเป็นพืชที่มีกรดไขมันโอเมกา-3 ชนิด ALA (Alphalinolenic acid) มากที่สุดถึง 53% ซึ่งกรดไขมันโอเมกา-3 เป็นกรดไขมันจำเป็นชนิดที่ร่างกายมนุษย์สร้างขึ้นเองไม่ได้ [2] จึงต้องได้รับจากแหล่งอาหารจำพวกพืชหรือปลาทะเลน้ำลึก โดยจากผลงานวิจัยพบว่า กรดไขมันโอเมกา-3 เป็นสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของระบบประสาท ความจำ และพัฒนาการทางสมองของเด็ก และยังมีส่วนช่วยคงประสิทธิภาพของสมองเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ถั่วดาวอินคาและน้ำมันที่สกัดจากเมล็ดที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา-3 จึงมีส่วนช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง บำรุงหัวใจและระบบหมุนเวียนโลหิตให้ทำงานดียิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับร่างกาย ขณะที่คุณออกกำลังกาย จากข้อเท็จจริงเหล่านี้ คุณคงเห็นว่าสารโอเมก้า-3 มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก คุณอยากรู้หรือไม่ว่าคุณได้รับโอเมก้า-3 เพัยงพอหรือยัง? ลองมาทำ FREE BODY CHECK กับเราสิ

การได้รับกรดไขมันโอเมกา-3 อย่างเพียงพอจากพืชอย่างถั่วดาวอินคายังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณและครอบครัว เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ มีการศึกษาพบว่า ท้องทะเลของเรานั้นปนเปื้อนด้วยมลพิษในปริมาณที่สูงมาก ส่งผลให้ปลาทะเลน้ำลึกที่เป็นแหล่งหนึ่งของกรดไขมันโอเมกา-3 มีการปนเปื้อนของสารปรอท ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ทำให้องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาออกมาประกาศเตือนถึงอันตรายของสารเคมีจำพวก polychlorinated biphenyls หรือสาร PCBs ที่พบในปลาทะเล การบริโภคโอเมก้า-3จากพืช จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่ ปลอดภัยจากสารพิษในท้องทะเล นอกจากนี้น้ำมันถั่วดาวอินคายังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า rosmarinic acid ซึ่งสามารถต่อต้านสารพิษจากอาหารทะเลที่ชื่อว่า Ciguatera fish poisoning อีกด้วย

สรุป ถั่วดาวอินคาเป็นแหล่งของพืชที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิด ALA สูงถึง 53% ซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายของคุณสร้างขึ้นเองไม่ได้ และมีส่วนช่วยในการบำรุงระบบประสาทและสมอง อีกทั้งยังปลอดภัยไร้สารเคมีจำพวกสารปรอทและ PBCs ที่มีอยู่ในปลาทะเล

2.แหล่งของโปรตีนจากพืช

ถั่วดาวอินคาที่มีรูปร่างเหมือนดาวสมชื่อนี้ ไม่ได้มีดีเพียงแค่รูปร่างที่สวยงามแต่ยังแฝงไปด้วยโปรตีนที่มีคุณภาพจากพืชอีกด้วย โดยถั่วดาวอินคารูปแบบของผงแป้งในปริมาณ 28 กรัมนั้นประกอบไปด้วยโปรตีนถึง 17 กรัมและยังมีกรดอะมิโนจำเป็นรวมถึงกรดอะมิโน BCAAs อีกด้วย [1, 3] มีงานวิจัยที่ให้คนกลุ่มหนึ่งบริโภคผงโปรตีนดาวอินคา 30 กรัมแล้วทำการตรวจค่าไนโตรเจนในร่างกาย ก็พบว่าการได้รับโปรตีนจากผงโปรตีนดาวอินคานั้นทำให้ร่างกายมีประสิทธิภาพในการสังเคราห์โปรตีนในร่างกายได้เป็นอย่างดี [1] นอกจากนี้ยังพบว่าโปรตีนจากถั่วดาวอินคาเป็นแหล่งของอะมิโนชนิด arginine (อาร์จินีน) ชั้นดี ซึ่งเป็นกรดอะมิโนตัวที่ช่วยให้ร่างกายของคุณสร้าง nitric oxide (ไนตริกออกไซด์) ขึ้นมา ซึ่งเจ้าไนตริกออกไซด์ตัวนี้เป็นตัวกระตุ้นให้หลอดเลือดแดงของคุณขยายตัวเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและลดความดันโลหิต [1] เรียกได้ว่าถั่วดาวอินคาถือเป็นทางเลือกของแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มาจากพืช จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติรวมไปถึงคนทั่วไปด้วยเช่นกัน

สรุป ถั่วดาวอินคาเป็นแหล่งของโปรตีนชั้นดีและอุดมไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นรวมถึงกรดอะมิโน BCAAS และยังเป็นแหล่งของกรดอะมิโนอาร์จินีนซึ่งมีส่วนสำคัญในทำให้ร่างกายของคุณสร้างไนตริคออกไซด์ขึ้นมาและตัวกระตุ้นให้หลอดเลือดแดงของคุณขยายตัวเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและลดความดันโลหิต

3.อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ไม่ว่าคุณจะใช้ผลิตภัณฑ์จากถั่วดาวอินคาเพื่อเป็นน้ำสลัด เป็นขนมขบเคี้ยว หรือรัปประทาน CEEL แคปซูลน้ำมันถั่วดาวอินคาโอเมกา-3 คุณก็จะได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าสูงจากถั่วดาวอินคา ทั้งกรดไขมันจำเป็นชนิดไม่อิ่มตัว วิตามินต่าง ๆ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระจำพวกเบตา-แคโรทีน และอัลฟา-โทโคฟีรอล [4] ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้จึงทำให้ถั่วดาวอินคาเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนสำคัญต่อการฟื้นฟูเซลล์ผิวของคุณจากสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยมลภาวะ ฝุ่นควัน และแสงแดดที่เข้าไปทำลายเซลล์ผิวและเซลล์ร่างกายของคุณที่ทำให้ผิวพรรณแก่กว่าวัย [5] ซึ่งการมีตัวช่วยอย่างสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในถั่วดาวอินคามาป้องกันผลกระทบจากมลพิษรอบตัวเหล่านั้น ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ผิวของคุณกลับมาดูเปล่งปลั่ง อีกทั้งสารเบต้า-แคโรทีนจากถั่วดาวอินคายังช่วยบำรุงจอประสาทตาและมีส่วนช่วยในการมองเห็นอีกด้วย

สรุป ถั่วดาวอินคาอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจำพวกเบตา-แคโรทีนและอัลฟา-โทโคฟีรอล ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นฟูเซลล์ผิวของคุณและยังช่วยบำรุงจอประสาทตาและมีส่วนช่วยในการมองเห็นอีกด้วย

4.วิตามินและแร่ธาตุ

ถั่วดาวอินคาเป็นพืชที่อุดมด้วยใยอาหาร วิตามินอี วิตามินเอ รวมทั้งแร่แมกนีเซียมและแคลเซียม [4] จึงเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุดชนิดหนึ่ง โดยวิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการบำรุงหัวใจ [6] ซึ่งพบว่าวิตามินอีที่มีอยู่ในเมล็ดถั่วดาวอินคามีปริมาณมากกว่าถั่ววอลนัทถึงสองเท่า! สำหรับวิตามินเอเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายและสร้างความเข้มแข็งให้กับร่างกาย อาทิ การรักษาระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้มีประสิทธิภาพ และช่วยให้ร่างกายของคุณผลิตฮอร์โมนเอสโทเจนได้อย่างเป็นปกติ

สรุป ถั่วดาวอินคาอุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามินอี วิตามินเอ รวมทั้งแร่แมกนีเซียมและแคลเซียม ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยในการบำรุงหัวใจและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย

5.ดีต่อสมองและหัวใจ

สำหรับสาเหตุส่วนใหญ่ที่ร่างกายของคุณอ่อนแอและมีอาการเจ็บป่วยนั้นเป็นเพราะการอักเสบในร่างกาย โดยเฉพาะการอักเสบในสมองที่ส่งผลให้คุณมีอาการเครียด อ่อนล้า และขี้ลืม ดังนั้นคุณควรต้องมีตัวช่วยมากระตุ้นให้สมองของคุณกลับมาแอคทีฟ ซึ่งสมองของคนเราส่วนใหญ่แล้วจะประกอบไปด้วยไขมัน เราจึงต้องบริโภคไขมันตัวดีเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ซ่อมแซมเซลล์ บำรุงระบบประสาทและสมอง และต้านการอักเสบ โดยกรดไขมันตัวสำคัญนั่นก็คือกรดไขมันโอเมกา-3 [7] ที่อุดมอยู่ในถั่วดาวอินคานั่นเอง
และนอกจากนั้นกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีอยู่ในถั่วดาวอินคา ยังมีส่วนช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดียิ่งขึ้น ลดอาการความดันโลหิตสูง ทำให้คลอเลสเตอรอลลดลง และช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดของคุณมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงยิ่งขึ้นอีกด้วย [8]

สรุป กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่อุดมอยู่ในถั่วดาวอินคามีส่วนช่วยในการบำรุงระบบประสาทและสมอง และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และนอกจากนั้นยังช่วยให้หัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตของคุณดียิ่งขึ้นอีกด้วย

6.บำรุงผิวพรรณและเส้นผม

ถั่วดาวอินคามีส่วนประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ คือ เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่อุดมไปด้วยวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระจำพวกเบต้า-แคโรทีน และอัลฟ่า-โทโคฟีรอล [9] ซึ่งช่วยปกป้องผิวพรรณของคุณจากแสงแดด ฝุ่นควัน และมลภาวะ อีกทั้งอุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามินอีที่มีส่วนช่วยให้ผิวพรรณของคุณดูกระจ่างใสและลบเลือนริ้วรอย แผลเป็น และรอยกระบนใบหน้าของคุณ จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในภูมิภาคยุโรปและสหรัฐอเมริกาในการใช้น้ำมันถั่วดาวอินคาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจำพวกแชมพู ครีมนวดผม และครีมบำรุงผิว เพื่อบำรุงผิวพรรณและเส้นผม

สรุป ด้วยเอกลักษณ์ของส่วนประกอบของสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในถั่วดาวอินคา ทำให้มีส่วนช่วยปกป้องผิวพรรณของคุณ ช่วยลบเลือนริ้วร้อย ผม ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวและบำรุงเส้นผม จึงนิยมนำไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์นานาชนิด

7.หลากหลายทางเลือกกับการเลือกใช้ถั่วดาวอินคา

คุณสามารถรับประโยชน์จากถั่วดาวอินคาได้หลากหลายทางเช่น เมล็ดถั่วดาวอินคาคั่ว ผงโปรตีนดาวอินคา หรือในรูปแบบของน้ำมัน โดยหนึ่งในทางเลือกที่ง่ายและสะดวกที่สุดสำหรับเหมาะกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน คือ การรับประทาน CEEL แคปซูลน้ำมันถั่วดาวอินคา โอเมกา-3 หรือ ใช้ CEEL น้ำมันถั่วดาวอินคา โอเมกา-3 เป็นน้ำสลัดหรือเป็นส่วนผสมในสมูทตี้ที่คุณชอบ ผู้ที่แพ้ถั่วหรือมีค่าคอลเลสเตอรอลในเลือดสูงก็สามารถรับประทานน้ำมันจากถั่วดาวอินคาได้ ทำให้อาหารประจำวันของคุณมีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มมากขึ้น เพียงหยด CEEL น้ำมันถั่วดาวอินคา โอเมกา-3 ในอาหารจานโปรดของคุณ สำหรับสูตรเมนูอาหารง่าย ๆ จากน้ำมันถั่วดาวอินคาเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ อ่านต่อที่นี่!
และในด้านของความงามเพียงคุณหยด CEEL น้ำมันถั่วดาวอินคา โอเมกา-3 เล็กน้อยบนแผ่นมาร์กหน้าหรือโลชั่นทาตัว ยาสระผม หรือครีมนวดผม เพื่อบำรุงผิวพรรณและเส้นผมของคุณเป็นประจำ สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ลองหยดน้ำมันถั่วดาวอินคาบนฝ่ามือเล็กน้อยและทาบนผิวหน้าหลังการล้างหน้า เพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้กับผิว หรือหยดลงอ่างอาบน้ำเพื่อใช้แทนครีมอาบน้ำทั่วไป

สรุป มีหลากหลายทางเลือกของการรับประทานถั่วดาวอินคาไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของ เมล็ดถั่วดาวอินคาคั่ว ผงโปรตีนดาวอินคา น้ำมัน และทางเลือกที่สะดวกและง่ายที่สุดคือในรูปแบบแคปซูลน้ำมันถั่วดาวอินคา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณเอง โดยผู้ที่แพ้ถั่วหรือมีค่าคอลเลสเตอรอลในเลือดสูงก็สามารถรับประทานน้ำมันจากถั่วดาวอินคาได้เช่นกัน และในด้านของความงาม ถั่วดาวอินคานั้นก็มีส่วนในการช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผม เพียงคุณหยดลงเล็กน้อยรวมกับเครื่องสำอางที่คุณใช้ในชีวิตประจำวัน

8.มีผลข้างเคียงหรือไม่?

จากการศึกษาผลงานวิจัยในปัจจุบันยังไม่พบผลเสียใดๆต่อร่างกายจากการรับประทานถั่วดาวอินคา นอกจากการรับประทานถั่วดาวอินคาแบบเมล็ดดิบๆที่พบงานวิจัยหนึ่งรายงานว่าอาจจะมีสารพิษธรรมชาติจำพวก แอลคาลอยด์ ซาโปนิน และเลกทิน [10] ซึ่งมีผลทำให้เกิดอาการท้องร่วง คลื่นไส้อาเจียน และอาจส่งผลต่อการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง หากรับประทานเข้าไปในปริมาณมากๆ แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะสารพิษเหล่านี้สามารถทำลายได้ด้วยความร้อน ดังนั้นจึงแนะนำให้หลักเลี่ยงการรับประทานถั่วดาวอินคาเป็นเมล็ดแบบดิบ

สรุป ปัจจุบันยังไม่พบผลเสียจากถั่วดาวอินคาที่ส่งผลต่อร่างกาย แต่มีผลงานวิจัยที่รายงานว่าไม่ควรรับประทานแบบดิบ เนื่องจากถั่วดาวอินคาแบบเมล็ดดิบๆจะพบสารพิษธรรมชาติที่ส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วง คลื่นไส้อาเจียน และอาจส่งผลต่อการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง จึงแนะนำให้กินแบบคั่วสุกดีกว่าค่ะ

บทสรุป…ถั่วดาวอินคามีดีอย่างไรบ้าง?

check เป็นพืชที่เป็นแหล่งสะสมของกรดไขมันโอเมกา-3 สูงที่สุด
check ปราศจากสารเคมีจำพวกสารปรอท สารไดออกซิน และสาร PCB
check แหล่งของโปรตีนจากพืช ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนรวมไปถึงกรดอะมิโน BCAAs ด้วยเช่นกัน
check อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ และวิตามินอี รวมไปถึงแร่ธาตุชนิดต่างๆ
check ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจ
check ช่วยบำรุงเส้นผมและผิวพรรณให้มีสุขภาพดี
check มีหลากหลายวิธีให้เลือกใช้ดาวอินคา ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคหรือใช้ทางความงามก็ตาม และยังรับประทานง่ายปราศจากกลิ่นคาวและไม่มีรสขม
check ปัจจุบันผลข้างเคียงมีเพียงสารพิษธรรมชาติที่อยู่ในถั่วดาวอินคาแบบเมล็ดดิบๆ ซึ่งส่งผลให้มีอาการท้องร่วง คลื่นไส้อาเจียน และอาจส่งผลต่อการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง แต่ก็สามารถทำลายสารพิษเหล่านั้นออกไปได้โดยความร้อน

ข้อมูลอ้างอิง

1.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28854833
2.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/23107745
3.https://imlakeshorganics.com/products/sacha-inchi-protein-powder
4.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/23870885
5.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28756617
6.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/30400367
7.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/21784145
8.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18541598
9.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26087228
10.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6021735

ข้อสงวน: ข้อมูลเหล่านี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นบทความสำหรับการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากคุณมีคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ โปรดปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณโดยตรง ไม่ควรหลีกเลี่ยงการพบแพทย์ เนื่องจากได้รับคำแนะนำจากทางอินเทอร์เนต

Share Article

ใส่ความเห็น