6 สุดยอดคุณประโยชน์ของน้ำมันงาขี้ม้อน (Perilla Oil)

By Ceel Team

ปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาบริโภคน้ำมันพืชกันมากขึ้น เนื่องจากน้ำมันพืชนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งยังสามารถหาซื้อได้ง่ายจากหลายช่องทาง น้ำมันงาขี้ม้อนเป็นน้ำมันพืชชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในประเทศเกาหลีใต้อย่างมาก เพราะมีกลิ่นหอมและรสชาติดี เหมาะนำไปประกอบอาหาร ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารให้ดียิ่งขึ้น คนเกาหลีใต้จึงนิยมนำน้ำมันงาขี้ม้อนไปประกอบอาหารอย่างหลากหลาย เช่นสลัดเพื่อสุขภาพ กิมจิ หรือเมนูผักต่างๆ ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพอย่างแท้จริง

ประโยชน์ของน้ำมันงาขี้ม้อนนอกจากจะเหมาะกับการประกอบอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณในการบำรุงสุขภาพอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มี กรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3) ในปริมาณที่สูงมาก โดยสามารถเอาชนะแชมป์เก่าอย่าง เมล็ดเจีย (chia seeds) ได้อย่างขาดลอย จากสรรพคุณที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้ คนเกาหลีจึงยกให้น้ำมันงาขี้ม้อนเป็นสุดยอดอาหารที่ต้องมีไว้ทุกบ้านนั่นเอง เราได้กล่าวสรรพคุณหลัก ๆ ของงาขี้ม้อนไปแล้ว คุณรู้ไหมว่าน้ำมันงาขี้ม้อนที่เรารู้จักกัน ยังมีอะไรให้เราค้นหาอีกมาก ลองมาดูกันเลย

1.น้ำมันงาขี้ม้อนคืออะไร?

น้ำมันงาขี้ม้อน เป็นผลผลิตที่ได้จากต้นงาขี้ม้อน ต้นงาขี้ม้อนนั้นเป็นพืชท้องถิ่นที่ปลูกกันมากในทางตอนเหนือของประเทศไทย โดยให้ผลผลิตเป็นเมล็ดงาขี้ม้อน ในกระบวนการผลิตน้ำมัน จะมีการนำเมล็ดงาขี้ม้อนมาเข้าเครื่องสกัดเพื่อบีบน้ำมันออกมา จึงเกิดเป็นสินค้าน้ำมันเพื่อสุขภาพ สำหรับใช้บริโภคเพื่อเป็นอาหารเสริมที่สามารถรับประทานได้ทุกวัน น้ำมันงาขี้ม้อนอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ฟิโนลิค และ วิตามินอี ซึ่งสารเหล่านี้สามารถพบได้ในน้ำมันหลายชนิด แต่สิ่งที่ทำให้น้ำมันงาขี้ม้อนนั้นแตกต่างจากน้ำมันชนิดอื่นๆก็คือ น้ำมันงาขี้ม่อนเป็นแหล่งสะสมของกรดไขมันโอเมก้า-3 ชนิด ALA(alpha linolenic acid) ซึ่งมีปริมาณมากกว่าแชมป์เก่าอย่างเมล็ดแฟล็ก(Flaxseed)อีกด้วย [1]

2.ประโยชน์ของน้ำมันงาขี้ม้อน

2.1 ช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรง

เป็นที่รู้กันดีว่าน้ำมันงาขี้ม้อนนั้นมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า-3 อยู่มากกว่า 50% ของน้ำหนัก โดยนักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงต่อร่างกายของผู้ที่บริโภคอาหารทะเลเป็นประจำ ซึ่งเป็นอาหารที่มีโอเมก้า-3 ในปริมาณมาก และพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจในเกณฑ์ที่น้อยมาก เนื่องจากโอเมก้า-3 ช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด อันเป็นสาเหตุหลักของปัญหาโรคหัวใจ นอกจากนี้ โอเมก้า-3 ยังช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้หลอดเลือดมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ป้องกันเส้นเลือดในสมองแตก และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวายเฉียบพลันด้วย

2.2 พัฒนาระบบประสาทและสมอง

จากการศึกษาของมนุษย์พบว่า สารอาหารโอเมก้า-3 ช่วยส่งเสริมการทำงานของร่างกายมนุษย์ในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเซลล์ในร่างกาย ช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อ หรือช่วยในเรื่องการมองเห็น โดยปริมาณโอเมก้า-3 กว่า 54% ถูกนำไปใช้ในการพัฒนาซ่อมแซมระบบประสาทและสมอง และระบบประสาทตา เนื่องจากโอเมก้า-3 ช่วยเรื่องระบบการไหลเวียนเลือดในร่างกาย ทำให้เลือดและสารอาหารต่าง ๆ ถูกลำเลียงไปยังสมองได้มากขึ้น จึงช่วยพัฒนาระบบสมองให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง [1]

2.3 ช่วยป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งในร่างกาย

น้ำมันงาขี้ม้อนถูกจัดว่าเป็นสุดยอดของอาหาร นอกจากมีโอเมก้าอยู่ในปริมาณที่สูงมากแล้ว ยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระด้วยเช่นกัน ซึ่งร่างกายของคนเราจะมีโมเลกุลหรืออะตอมที่มีอิเลคตรอนอยู่เป็นจำนวนคู่ กรณีที่ร่างกายมีการสูญเสียอิเล็กตรอนจากการถูกอนุมูลอิสระแย่งจับ หากร่างกายไม่ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจะส่งผลให้เซลล์เสียหาย ซึ่งเป็นหนทางที่นำไปสู่การเกิดเซลล์มะเร็งและโรคต่าง ๆ อีกมากมาย น้ำมันงาขี้ม้อนจึงเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง เพราะเป็นตัวช่วยสำคัญที่เปรียบเสมือนทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายของคุณให้ห่างไกลจากโรคมะเร็ง และช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์หรือช่วยป้องกันไม่ให้แก่เร็วนั่นเอง [2]


ceel perilla seed oil
Ceel น้ำมันงาขี้ม้อน

2.4 ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม

จากที่ได้กล่าวมาว่า น้ำมันงาขี้ม้อนนั้นเป็นน้ำมันที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งประกอบด้วยสารประกอบฟินอลและฟลาโวนอยด์ โดยสารทั้งสองชนิดนี้เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในพืชหลายชนิด มีการศึกษาพบว่า ฟลาโวนอยด์บางชนิดมีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าวิตามินซีและวิตามินอีถึง 50 เท่า มีงานวิจัยหนึ่งได้ทำการศึกษาการใช้น้ำมันงาขี้ม้อนในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม โดยให้ผู้ป่วยรับประทานน้ำมันงาขี้ม้อนและเช็คผลในเวลา 24 ชั่วโมง พบว่าไม่เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง และผู้วิจัยได้ทำการทดลองเพิ่มเติมโดยให้ผู้ป่วยรับประทานน้ำมันงาขี้ม้อนในปริมาณ 12.5-50 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร พบว่ามีผลที่ช่วยในการต่อต้านเซลล์มะเร็งได้ ตั้งแต่การค้นพบนี้ได้เกิดขึ้น งาขี้ม้อนจึงเริ่มเป็นที่รู้จักและมีการใช้เพื่อการรักษาเซลล์มะเร็งเต้านมกันอย่างแพร่หลายเป็นต้นมา [3]

2.5 ช่วยลดการอักเสบของร่างกาย

น้ำมันงาขี้ม้อนมีสรรพคุณที่ช่วยในการรักษาและบรรเทาอาการอักเสบของร่างกาย ซึ่งเป็นผลมาจากสมดุลของโอเมก้า-3 และ 6 ที่อยู่ในน้ำมันงาขี้ม้อน เมื่อรับประทานโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 ในอัตราส่วนที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมกัน โดยออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งการอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกายได้ในหลายรูปแบบ มีการศึกษาในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ให้รับประทานน้ำมันงาขี้ม้อน โดยภายหลังจากการทดลอง พบว่าน้ำมันงาขี้ม้อนช่วยรักษาและบรรเทาอาการอักเสบของข้อได้อย่างมีนัยสำคัญ จากสรรพคุณที่สามารถใช้เพื่อรักษาได้ ในปัจจุบันน้ำมันงาขี้ม้อนจึงได้กลายมาเป็นยารักษาอาการอักเสบที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ [1]

2.6 ช่วยลดคอเรสเตอรอลในเลือด

มีงานวิจัยหนึ่งทำการศึกษาโดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่หนึ่งให้บริโภคน้ำมันงาขี้ม้อน ส่วนกลุ่มที่สองให้บริโภคยาหลอก โดยทั้งสองกลุ่มบริโภคเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ หลังจากสิ้นสุดการทดลองพบการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มที่หนึ่ง โดยมีระดับของไขมันดี(HDL) เพิ่มสูงขึ้นถึง 14% ระดับของไขมันไม่ดี(LDL-C)ลดลงถึง 18% อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณของคอเรสเตอรอลโดยรวมถึง 11% [4]

3.น้ำมันงาขี้ม้อนปลอดภัยต่อร่างกาย

น้ำมันงาขี้ม้อนเป็นสารอาหารที่ได้จากธรรมชาติจึงปราศจากสารที่เป็นอันตราย สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย มีการทดลองในหนูโดยให้รับประทานน้ำมันงาขี้ม้อน พบว่าปริมาณคอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ลดลง อีกทั้งยังพบว่า ปริมาณโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น [5] นอกจากนี้ได้มีการทดลองโดยให้กลุ่มอาสาสมัครกลุ่มหนึ่ง บริโภคผงใบงาขี้ม้อนละเอียด ในปริมาณ 5 กรัม รวมระยะเวลา 10 วัน พบว่ามีส่วนช่วยในการต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย สมาคมช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ให้คำแนะนำว่า ให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 บริโภคอาหารที่มีโอเมก้า-3 (Omega-3) ชนิด ALA จะช่วยในการป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และช่วยพัฒนาสุขภาพโดยรวมแก่ผู้ป่วย [6]

ประโยชน์ของน้ำมันงาขี้ม้อนมีมากมายนักจากที่กล่าวมาข้างต้น และเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เราไม่ควรมองข้ามเพื่อให้ร่างกายได้รับกรดไขมันโอเมก้า-3 อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีการผลิตน้ำมันงาขี้ม้อนในรูปแบบของแคปซูลเพื่อให้รับประทานง่ายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อีกด้วย ดังนั้น รออะไรอยู่เล่า รีบหันมาดูแลสุขภาพของเรากันมากขึ้นดีกว่า

ใน 1 วันคุณได้รับ Omega-3 เพียงพอหรือไม่? อยากรู้ไหม ลองมาทำ Free Body Check เลย

ข้อมูลอ้างอิง

1.Mohammad Asif. Health effects of omega-3,6,9 fatty acids: Perilla frutescens
is a good example of plant oils (2011)

2. Youngeun Kwak,Jihyeung ju Inhibitory activities of Perilla frutescens britton leaf extract against the growth, migration, and adhesion of human cancer cells. (2015)

3. K. Pintha, P. Tantipaiboonwong S, Yodkeeree, W. Chaiwangyen, Orada Chumphukam, Orawan Khantamat, Chakkrit Khanaree, Napapan Kangwan, B. Thongchuai, Maitree Suttajit. Thai perilla (Perilla frutescens) leaf extract inhibits human breast cancer invasion and migration (2018)

4. Wei M, Xiong P, Zhang L, Fei M, Chen A, Li F. Perilla oil and exercise decrease expressions of tumor necrosis factor-alpha, plasminogen activator inhibitor-1 and highly sensitive C-reactive protein in patients with hyperlipidemia. (2013)

5. Sakono M, Yoshida K, Yahiro M. Combined effects of dietary protein and fat on lipid metabolism in rats. J Nutr Sci Vitaminol (Tokyo). 1993;39(4):335-343.8283312

6. American Diabetes Association. Standards of medical care in diabetes–2014. Diabetes Care. 2014;37(suppl 1):S14-S80.24357209

7. Mohammad Asif : Health effects of omega-3,6,9 fatty acids: Perilla frutescens
is a good example of plant oils (2011)​

 

ข้อสงวน: ข้อมูลเหล่านี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นบทความสำหรับการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากคุณมีคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ โปรดปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณโดยตรง ไม่ควรหลีกเลี่ยงการพบแพทย์ เนื่องจากได้รับคำแนะนำจากทางอินเทอร์เนต

Share Article

ใส่ความเห็น