6 วิธี “สร้าง” แรงจูงใจให้ออกกำลังกายต่อเนื่อง

ดร.วิมลมาศ ประชากุล
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

women running sports

ทุกคนต่างรู้กันดีว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่เคยสงสัยไหมว่า ทำไมในความเป็นจริงคนที่มาออกกำลังกายยังมีน้อย หรือมาออกกำลังกายแต่ไม่ต่อเนื่อง แม้กระทั่งตัวเราเองที่อยากจะออกกำลังกาย ทราบถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย รวมถึงโทษของการไม่ออกกำลังกาย ก็ยังไม่สามารถพาตัวเองไปออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องได้เสียที เพราะยังขาดปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนสำคัญ คือ “แรงจูงใจ” นั้นเอง

แรงจูงใจ (motivation) คืออะไร

“แรงจูงใจ” เป็นตัวกำกับทิศทางพฤติกรรมของมนุษย์ ให้ถอยหนีหรือเผชิญหน้าต่อสถานการณ์ต่าง ๆ กำหนดระดับความตั้งใจที่จะกระทำและคงพฤติกรรม ดังนั้น จึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อคุณภาพและความสามารถในการเล่นและแข่งขันกีฬา

6 “สร้าง” วิธีจูงใจการออกกำลังกาย

การส่งเสริมให้คนมาออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง จึงต้องสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสมกับคนกลุ่มต่าง ๆ เราขอยกตัวอย่างการสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย 6 วิธี ให้คุณพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับตัวคุณ ดังนี้

1. สร้างการรับรู้ตัวเลือก

การให้ผู้ที่ออกกำลังกายมีทางเลือกที่หลากหลายในการออกกำลังกาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะชอบออกกำลังกายแบบใช้แรงต้าน แบบ cardio หรือแนวเพิ่มความหยืดหยุ่น สิ่งสำคัญ คือ ผู้ที่ออกกำลังกายได้เลือกด้วยตัวเองว่าจะออกกำลังกายแบบใด บางคนอาจชอบวิ่ง บางคนชอบเต้นแอโรบิค ชอบเล่นโยคะ ก็สุดแล้วแต่ความต้องการของแต่ละคน แต่ขอให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรู้สึกสนุกกับมัน [1]

2. สร้างประสบการณ์ความสำเร็จ

เป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นในตนเอง เพิ่มการรับรู้ว่าตนเองก็มีความสามารถ และเมื่อเชื่อมั่นว่าทำได้ ก็จะส่งผลให้มีแรงจูงใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้ที่ออกกำลังกายควรจะได้รับประสบการณ์เช่นว่าอย่างต่อเนื่อง เช่น เทรนเนอร์ให้ข้อมูลแก่ผู้ออกกำลังกายจากการทดสอบสมรรถภาพ เพื่อบ่งบอกถึงพัฒนาการ ร่วมกำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย และพยายามบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้ โดยเทรนเนอร์ต้องเข้าใจพื้นฐานความสามารถของผู้ออกกำลังกาย และให้ feed back ที่สอดคล้องกับความสามารถของคน ๆ นั้นได้ [2]

basketball team

3. สร้างการสนับสนุนจากสังคม

การรับรู้ว่ามีบุคคลอื่นคอยให้กำลังใจ ให้ความสนใจ จะทำให้ผู้ออกกำลังกายยึดติดการออกกำลังกาย ไม่รู้สึกเดียวดายในการฝ่าฝันอุปสรรคและความท้าทายต่าง ๆ ซึ่งในโลกปัจจุบันที่มีสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้คนออกกำลังกายกันมากขึ้น แต่ต้องไม่ลืมที่จะออกกำลังกายจริงจังด้วย นอกจากนี้ การสนับสนุนทางสังคมอาจเป็นในรูปแบบของการชมเชย คำพูดให้กำลังใจจากเพื่อนที่ออกกำลังกายด้วยกัน หรือจากคนใกล้ชิด [2]

4. สร้างรางวัล

การให้รางวัลต้องควบคู่กับการที่ผู้ออกกำลังกายรับรู้ถึงความพยายามของตนเอง โดยไม่ต้องเป็นสิ่งใหญ่หรือมีราคาแพงก็ได้ แต่ควรเป็นสัญลักษณ์ของความพยายาม เช่น เสื้อยืดหรือเหรียญรางวัลสำหรับนักวิ่ง ที่แสดงว่าเป็นผู้เก็บระยะทางวิ่งได้ตามที่กำหนด เป็นต้น อย่างไรก็ดี หากการให้รางวัลไม่ได้บ่งบอกถึงความพยายามของผู้ออกกำลังกายอย่างแท้จริง อาจทำให้ผู้ออกกำลังกายไม่เห็นความสามารถของของตนเองและไม่เกิดความมุ่งมั่นที่จะออกกำลังกายต่อไป [3]

board showing the word goals

5. สร้างเป้าหมาย

การตั้งเป้าหมายจะทำให้ผู้ออกกำลังกายมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการออกกำลังกาย โดยควรเป็นเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง เช่น ต้องการลดน้ำหนัก 4 กิโลกรัม ใน 2 เดือน,ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อแบบสาวเฮลท์ตี้ หรือต้องสะสมระยะทางวิ่งให้ได้ 40 กิโลเมตร ใน 1 สัปดาห์ การตั้งเป้าหมายที่ดีนั้นต้องเป็นจริงได้ ท้าทายบนพื้นฐานของศักยภาพแต่ละคน และวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม และควรเป็นเป้าหมายเชิงบวก ที่สำคัญ ควรมีทั้งเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่มีความสอดคล้องกัน [3]

6. สร้างความสนุก

ความสนุกเป็นศูนย์กลางของการสร้างแรงจูงใจ กิจกรรมต่าง ๆ จึงต้องทำแล้วสนุก ซึ่งการออกกำลังกายกับเพื่อนจะทำให้กิจกรรมนั้นมีความสนุกมากขึ้น ผู้ออกกำลังกายจะรู้สึกถึงการมีส่วนร่วม การได้รับการยอมรับจากกลุ่มที่ออกกำลังกายด้วยกัน แต่หากสะดวกที่จะออกกำลังกายแบบคนเดียว ก็ไม่ควรเครียดมากเกินไป มีการผ่อนคลายระหว่างการออกกำลังกาย ไม่ตัดสินความสามารถของตนเองว่าประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว [3]

เมื่อสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายกันได้แล้ว อย่าลืมที่จะแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ กับคนรอบข้าง ชักชวนกันออกกำลังกาย ออกกำลังกายกันอย่างสม่ำเสมอ ศึกษาเทคนิคการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี และรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการออกกำลังกาย ถ้าคุณอยาก รู้วิธีการควบคุมอาหารที่ถูกต้อง อ่านต่อที่นี่

คุณแน่ใจไหมว่าคุณได้รับ วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ รวมไปถึงโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอหรือไม่? คุณรู้หรือไม่ว่าใน 1 วัน คุณควรได้รับพลังงานกี่แคลอรี่ และควรกินโปรตีนเท่าไหร่จึงจะเพียงพอ?
ลองมาทำ Free BODY CHECK กับเราสิ

แชร์บทความนี้กับเพื่อนคุณ
[seed_social]

บทความที่คุณอาจสนใจ

เอกสารอ้างอิง

1.สนธยา สีละมาด. (2557). กิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาวะ (Physical Activities for
wellness) .สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพ.
2.ภูษณพาส สมนิล. (2557). วิถีชีวิตที่ยึดมั่นในการออกกำลังกาย. วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก.
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3.Weinberg, R. S. & D. Gould. 2009. Foundations of sport and exercise psychology.
5rd ed. Human kinetics. Champaign Illinois.

ข้อสงวน: ข้อมูลเหล่านี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นบทความสำหรับการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากคุณมีคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ โปรดปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณโดยตรง ไม่ควรหลีกเลี่ยงการพบแพทย์ เนื่องจากได้รับคำแนะนำจากทางอินเทอร์เนต

Share Article

ใส่ความเห็น